ประเด็นสำคัญ

  • Tier III เน้นการบำรุงรักษาโดยไม่กระทบระบบ IT ส่วน Tier IV เพิ่มข้อกำหนดด้านการทนต่อความขัดข้อง
  • จำนวนอุปกรณ์สำรองแบบ N+1 หรือ 2N เพียงอย่างเดียวใช้ยืนยันระดับ Tier ไม่ได้
  • ตรวจสอบว่าการรับรองครอบคลุมแบบก่อสร้าง ระบบที่ติดตั้งจริง หรือการดำเนินงาน

ก่อนเลือกระดับ Tier ควรพิจารณาว่าระบบ IT จะได้รับผลกระทบอย่างไรเมื่อต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเกิดข้อขัดข้อง ข้อความระบุระดับ Tier ควรมีแบบระบบ แนวทางเดินระบบ และเอกสารรับรองที่ตรงกับขอบเขตที่อ้างถึงรองรับอยู่ด้วย

ความแตกต่างหลักของทั้งสองระดับ

Uptime Institute กำหนดให้ Tier III บำรุงรักษาได้โดยไม่กระทบการทำงานของระบบ IT และ Tier IV ต้องทนต่อความขัดข้องได้ด้วย สำหรับ Tier III ต้องนำอุปกรณ์และเส้นทางจ่ายที่เกี่ยวข้องออกจากการใช้งานเพื่อบำรุงรักษาตามแผนได้ ส่วน Tier IV เพิ่มความสามารถในการรองรับความขัดข้องของอุปกรณ์หรือเส้นทางจ่าย โดยมีประเด็นเรื่องการแยกระบบทางกายภาพและการทำความเย็นอย่างต่อเนื่องร่วมด้วย

ประเด็นที่ตรวจสอบ Tier III Tier IV
บำรุงรักษาตามแผนโดยไม่หยุดระบบ IT ได้หรือไม่ เป็นข้อกำหนดหลัก ต้องทำได้เช่นกัน
มีข้อกำหนดด้านการทนต่อความขัดข้องเพิ่มเติมหรือไม่ การบำรุงรักษาโดยไม่หยุดระบบเพียงอย่างเดียวยังยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้ มีข้อกำหนดเพิ่มเติม
ใช้จำนวนอุปกรณ์สำรองยืนยันระดับ Tier ได้หรือไม่ ไม่ได้ ไม่ได้

เหตุใด N+1 หรือ 2N จึงยังไม่เพียงพอ

N+1 และ 2N ใช้อธิบายการจัดกำลังสำรอง แต่ไม่ได้แสดงว่าเส้นทางจ่าย ระบบควบคุม และระบบสนับสนุนทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างไร Uptime Institute ยังระบุว่าคำนิยาม Tier ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงที่ระบบจะหยุดทำงานต่อปี จึงไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์ความพร้อมใช้งานในเอกสารเสนอขายมาใช้เป็นคำรับประกันของระดับ Tier อ่านเพิ่มเติมได้จากคำอธิบายความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ Tier

ตรวจสอบความสัมพันธ์ของระบบทั้งหมด

ให้ผู้ออกแบบอธิบายแนวทางจัดการระบบที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แบบปัจจุบันประกอบการหารือ

  • ระบบจ่ายไฟ: แต่ละเส้นทางจ่ายให้โหลดใด และแยกอุปกรณ์ออกเพื่อบำรุงรักษาอย่างไร
  • ระบบทำความเย็น: แหล่งจ่ายไฟ ระบบควบคุม และลำดับการกลับมาทำงานของอุปกรณ์
  • ระบบที่ใช้ร่วมกัน: แนวเดินสาย ระบบเชื้อเพลิง ชุดควบคุม หรือส่วนอื่นที่อาจกระทบหลายเส้นทางพร้อมกัน
  • ขั้นตอนปฏิบัติงาน: ผู้อนุมัติการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเริ่ม และขั้นตอนนำระบบกลับสู่สภาวะปกติ

นำประเด็นเหล่านี้ไปกำหนดแผนทดสอบที่ตกลงร่วมกัน แบบที่แสดงว่ามีอุปกรณ์สำรองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ

ตรวจสอบขอบเขตการรับรองให้ชัดเจน

ขอเอกสารรับรองและตรวจสอบขอบเขต แทนการพิจารณาเพียงข้อความว่า “พร้อมรองรับ Tier III” Uptime Institute แยกการรับรองแบบ ระบบที่ก่อสร้างจริง และการดำเนินงาน ควรตรวจสอบชื่อสถานที่ ขั้นตอนที่ผ่านการรับรอง และระบบที่ครอบคลุม โดยเฉพาะอาคารที่มีการขยายหรือปรับปรุงภายหลัง

สำหรับโครงการใหม่ ให้ระบุพฤติกรรมการทำงานที่ต้องการ เป้าหมายการรับรอง และผู้รับผิดชอบตรวจสอบไว้ในข้อกำหนดโครงการ ETES พร้อมหารืองานติดตั้ง ประสานระบบ และทดสอบภายใต้บริการระบบไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล

คำถามก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์

จำเป็นต้องเลือก Tier IV เสมอหรือไม่

ควรเลือกตามลักษณะงาน IT ความต้องการบำรุงรักษา และผลกระทบหากระบบหยุดทำงาน พร้อมประเมินแบบระบบและทรัพยากรในการดูแลก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์

ปรับปรุงศูนย์ข้อมูลเดิมให้รองรับระดับที่สูงขึ้นได้หรือไม่

ต้องประเมินระบบที่ติดตั้ง พื้นที่ แนวเดินสาย และข้อจำกัดในการดำเนินงานก่อน ระดับ Tier เดิมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกขอบเขตงานปรับปรุงได้

ควรกำหนดเอกสารส่งมอบอะไรบ้าง

ตกลงรายการแบบ ผลทดสอบ ขั้นตอนเดินระบบ รายการงานคงค้าง และเอกสารรับรองที่สัญญากำหนด พร้อมระบุผู้รับผิดชอบแต่ละรายการ

บริการ ETES สำหรับงานนี้

ระบบไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

เอกสารต้นทางที่ใช้ประกอบบทความ ควรยืนยันข้อกำหนดและฉบับที่ใช้กับโครงการของคุณ

กำลังวางแผนโครงการ?

ส่งที่ตั้งหน้างาน รายละเอียดอุปกรณ์ และกำหนดการที่วางไว้ให้ ETES เพื่อหารืองานที่ต้องดำเนินการ

ปรึกษาทีมของเรา