ประเด็นสำคัญ
- ตู้มีช่องเบรกเกอร์เหลือไม่ได้หมายความว่าระบบจ่ายไฟยังมีกำลังเพียงพอ
- ใช้ข้อมูลการเดินเครื่องจริงร่วมกับรายการเครื่องจักรใหม่ในการประเมิน
- ตกลงการแยกวงจร ไฟฟ้าชั่วคราว และการทดสอบก่อนเริ่มเชื่อมต่อระบบ
ก่อนสั่งซื้อสายการผลิตใหม่ ควรตรวจสอบว่าแหล่งจ่าย หม้อแปลง ตู้ไฟฟ้า และสายป้อนรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ การเห็นช่องเบรกเกอร์ว่างในตู้ยังไม่เพียงพอ ผลการประเมินควรระบุว่าส่วนใดใช้ต่อได้ และส่วนใดต้องตรวจสอบหรือปรับปรุงเพิ่มเติม
จัดทำรายการเครื่องจักรและโหลดที่เกี่ยวข้อง
ขอข้อมูลแรงดันไฟฟ้า จำนวนเฟส กำลังไฟเข้า ลักษณะการเริ่มเดินเครื่อง และข้อกำหนดจุดต่อจากผู้จำหน่าย รวมโหลดสนับสนุน เช่น ระบบดูดอากาศ ลมอัด ทำความเย็น และขนถ่ายวัสดุด้วย พร้อมระบุว่าอุปกรณ์ใดทำงานพร้อมกันและอุปกรณ์ใดเป็นชุดสำรอง
คู่มือการติดตั้งไฟฟ้าอธิบายความแตกต่างระหว่างกำลังไฟของอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับความต้องการไฟฟ้าสูงสุดขณะใช้งาน จึงควรบันทึกสมมติฐานในการคำนวณโหลดให้ชัดเจน ข้อมูลพิกัดบนป้ายอุปกรณ์และข้อมูลโหลดที่วัดได้มีประโยชน์ต่างกัน และควรนำมาพิจารณาร่วมกัน
ตรวจสอบตลอดเส้นทางจ่ายไฟ
| ส่วนของระบบ | ข้อมูลที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| แหล่งจ่ายและหม้อแปลง | กำลังไฟที่ใช้ได้ พิกัดอุปกรณ์ และโหลดสูงสุดในช่วงการผลิตที่เป็นตัวแทน |
| ตู้ไฟหลักและตู้ไฟย่อย | พิกัดบัสบาร์และเบรกเกอร์ สภาพอุปกรณ์ ช่องสำรอง และโหลดเดิม |
| สายป้อนและวงจรปลายทาง | ขนาดสาย วิธีติดตั้ง ระยะทาง และจุดเชื่อมต่อที่เสนอ |
| อุปกรณ์ป้องกัน | กระแสลัดวงจร ค่าตั้งอุปกรณ์ และการประสานกับอุปกรณ์ต้นทาง |
ความสามารถในการรับกระแสของสายไฟขึ้นอยู่กับวิธีติดตั้งและสภาพใช้งานด้วย แนวทางเลือกขนาดสายและอุปกรณ์ป้องกัน จึงพิจารณาสองส่วนนี้ร่วมกัน ให้วิศวกรผู้ออกแบบตรวจสอบระบบที่ปรับเปลี่ยน การเพิ่มพิกัดเบรกเกอร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าวงจรใช้งานได้อย่างเหมาะสม
เลือกช่วงเก็บข้อมูลให้สะท้อนการผลิตจริง
บันทึกเครื่องจักรที่เดินอยู่ กะการผลิต และเหตุหยุดระบบที่ผิดจากปกติ หากเก็บข้อมูลในสัปดาห์ที่ผลิตน้อย อาจไม่เห็นโหลดในช่วงที่โรงงานใช้งานเต็มที่ หากเสนอเก็บข้อมูลโหลด 7 วัน ควรยืนยันว่าครอบคลุมรอบการทำงานหรือไม่ และมีโหลดตามฤดูกาลหรือแผนเพิ่มอุปกรณ์ที่ต้องประเมินแยกหรือไม่
ใช้ผลประเมินกำหนดงานที่ต้องทำ
ผลการตรวจสอบอาจสรุปว่าเพิ่มวงจรในระบบเดิมได้ ต้องปรับปรุงสายป้อนหรือตู้ไฟ หรือจำเป็นต้องขอกำลังไฟเพิ่ม ขอให้ระบุสมมติฐาน ขอบเขตงาน และประเด็นที่ยังต้องยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ระยะเวลาของการไฟฟ้า การจัดซื้อ และการตรวจรับควรยืนยันตามโครงการ ไม่ใช้กรอบเวลาทั่วไปเป็นข้อผูกพันเรื่องวันจ่ายไฟ
วางแผนเชื่อมต่อและทดสอบก่อนใช้งาน
ตกลงวงจรที่ได้รับผลกระทบ วิธีแยกวงจรที่อนุมัติ ช่วงหยุดจ่ายไฟ และผู้รับผิดชอบทดสอบ หากต้องใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ให้ระบุโหลดที่ต้องรองรับและวิธีสลับแหล่งจ่าย การมีช่องสำรองในตู้ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานขณะมีไฟได้อย่างปลอดภัย
เตรียมรายการเครื่องจักร แบบไฟฟ้าเส้นเดียวฉบับปัจจุบัน และวันที่ต้องการเริ่มใช้งาน เพื่อหารืองานไฟฟ้าอุตสาหกรรม หรือการปรับปรุงตู้สวิตช์บอร์ด
คำถามก่อนตัดสินใจเพิ่มสายการผลิต
ใช้แบบเดิมประกอบการประเมินได้หรือไม่
ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้นได้ โดยระบุงานที่เปลี่ยนแปลงหลังการแก้ไขแบบครั้งล่าสุด และตรวจสอบหน้างานเพิ่มเติมในจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกัน
ต้องเพิ่มขนาดหม้อแปลงทุกครั้งหรือไม่
ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับโหลดที่ประเมิน พิกัดอุปกรณ์ และข้อจำกัดของส่วนอื่นในระบบจ่ายไฟ
ควรยืนยันอะไรบ้างก่อนนัดติดตั้ง
ยืนยันแบบ ความพร้อมอุปกรณ์ การอนุมัติ การเข้าพื้นที่ แผนแยกวงจร และรายการทดสอบรับงานกับทีมที่เกี่ยวข้อง
บริการ ETES สำหรับงานนี้
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม
เอกสารต้นทางที่ใช้ประกอบบทความ ควรยืนยันข้อกำหนดและฉบับที่ใช้กับโครงการของคุณ
ส่งที่ตั้งหน้างาน รายละเอียดอุปกรณ์ และกำหนดการที่วางไว้ให้ ETES เพื่อหารืองานที่ต้องดำเนินการ
ปรึกษาทีมของเรา


